Botanical characteristic of Cocoa ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของโกโก้

 

 

Urquhart (1961) reported that plant family Theobroma was originated around upper Amazon basin from Mexico to Peru in the present that is the tropical rainforest with dense numbers of large trees between Latitude 20 degree South to 20 degree North. Natural Cocoa trees can thrive in tropical rainforest with thick shade that other kinds of plants cannot thrive. At the present the Cocoa grown commercially in many continents has scientific name “Theobroma cacao L.” in the family of Sterculiaceae. Moreover, there are three more plants in this family that has the benefits from the beans in the same manner as Cocoa such as the first Variety, Theobroma bicolor Humb. et Bompl. (As known as patashte) This kind of Cocoa has fruits at the branches and the outer part at the skin has lines like a net. The second Variety is “Theobroma angustifolium Moc.et sesse’ex Dc.” The local language of central America called this plant “Cacao de mono”. This kind of Cocoa has fruits at the side branches and the fruit has brown hair. The last Variety is “Theobroma grandiflora”. The local language called it “Cupuacu”. This kind of Cocoa bore flowers and fruits throughout the year.        

 

                Urquhart (1961) รายงานไว้ว่าพืชสกุล Theobroma มีถิ่นกำเนิดบริเวณ upper Amazon basin จากประเทศเม็กซิโก ถึงประเทศเปรูในปัจจุบัน ซึ่งเป็นบริเวณป่าฝนเขตร้อน (tropical rainforest) ที่มีต้นไม้ใหญ่เจริญเติบโตอยู่อย่างหนาทึบ ระหว่างเส้นรุ้งที่ 20° ใต้ ถึง 20° เหนือ ต้นโกโก้ตามธรรมชาติสามารถเจริญเติบโตอยู่รอดได้ในสภาพป่าดงดิบเขตร้อนที่มีร่มเงาหนาทึบ ชนิดที่พืชชนิดอื่นไม่สามารถอยู่รอดได้ ปัจจุบันโกโก้ที่ปลูกเป็นการค้าในทวีปต่างๆ ของโลก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Theobroma cacao L. จัดอยู่ในตระกูล Sterculiaceae นอกจากนี้ยังพบพืชในสกุลนี้อีก 3 ชนิดที่มีการใช้ประโยชน์จากเมล็ดเช่นเดียวกับโกโก้ ได้แก่ Theobroma bicolor Humb. et Bompl. หรือเรียก patashte โกโก้ชนิดนี้มีผลตามกิ่งและลักษณะผลด้านนอกบริเวณเปลือกเป็นเส้นคล้ายร่างแห อีกชนิดหนึ่ง คือ Theobroma angustifolium Moc.et sesse’ex Dc. เรียกตามภาษาพื้นเมืองของอเมริกากลางว่า Cacao de monoโกโก้ชนิดนี้ติดผลตามกิ่งข้าง และผลมีขนสีน้ำตาล ชนิดสุดท้ายคือ Theobroma grandiflora เรียกตามภาษาพื้นเมืองว่า Cupuacu โกโก้ชนิดนี้ออกดอกติดผลตลอดปี 

Flowers, Cocoa pods, and Cocoa beans of Theobroma bicolor Humb.et Bompl. (patashie)
 ดอก ผล เเละ เมล็ดโกโก้ชนิด Theobroma bicolor Humb.et Bompl. (patashie)

 

Flowers, Cocoa pods, and Cocoa beans of Theobroma angustifolium Moc.et sesse'ex Dc. (Cacao de mono)

ดอก ผล เเละ เมล็ดโกโก้ชนิด Theobroma angustifolium Moc.et sesse'ex Dc. (Cacao de mono)

 

Flowers, Cocoa pods, and Cocoa beans of Theobroma grandiflora (cupuacu)

ดอก ผล เเละ เมล็ดโกโก้ชนิด Theobroma grandiflora (cupuacu)

 

 

Root

 

Kitsana (2002) reported that the taproot of Cocoa seedlings made of Cocoa beans will go deep down around 2 meters. The branch root length is about 5 – 6 meters each. Most are found under the ground surface about 15 – 20 centimeters. Cocoa seedlingss made from beans have taproot but those Cocoa seedlingss made from grafting will not have taproot. Each seedling has a 2-3 roots emerging from the branch roots to work like taproot. Deeply rooted to the ground to hold the trunk. Normal branch roots absorb water and minerals in the soil.   

 

ราก

                 กิสณะ (2545) รายงานว่ารากแก้วของต้นกล้าโกโก้จากการเพาะเมล็ดจะเจริญลึกลงไปในชั้นดินตามแนวดิ่งประมาณ 2 เมตร รากแขนงยาวประมาณ 5-6 เมตร ส่วนมากพบเจริญลึกจากผิวดินประมาณ 15-20 เซนติเมตร ต้นกล้าโกโก้ที่ปลูกโดยเมล็ดจะมีรากแก้ว ขณะที่ต้นกล้าโกโก้ที่เจริญเติบโตมาจากการตัดชำกิ่งจะไม่มีรากแก้ว แต่จะมีรากที่พัฒนาขึ้นมาตามรากแขนงประมาณ 2-3 ราก ทำหน้าที่คล้ายรากแก้ว โดยงอกลึกลงดินตามแนวดิ่งเพื่อทำหน้าที่ยึดลำต้น สำหรับรากแขนงทั่วไปจะทำหน้าที่ดูดน้ำและแร่ธาตุในดิน

 

Leaf

 

Cocoa leaves have colors from light green to reddish brown. The young leaves are soft, sticky and hanging down but the old leaves are dark green. Young Cocoa leaves have stipule and the stomata appear beneath the leaves. Number of stomata per unit area depends on the intensity of light. The intensity of light also affects the size of the leaf. Leaf thickness, including chlorophyll volume in cocoa leaf. The leaves of the Cocoa tree growing under the shade are larger and the color is darker than Cocoa leaves receiving full light.  Budding new Cocoa leaves each time require more nutrients. 

 

Pulling nutrients from old leaves makes them (old leaves) fall. The complete Cocoa trees have the low number of falling old leaves while the incomplete Cocoa trees will bud more young leaves and affect the increasing number of falling old leaves. Cocoa leaves from the branches (chupon) have long petioles. Cocoa leaves from the branches (jorquette) have short petioles.

 

ใบ

                  ใบอ่อนของโกโก้มีสีเขียวอ่อนจนถึงน้ำตาลอมแดง แผ่นใบอ่อนนุ่มเหนียวและห้อยลง ใบแก่มีสีเขียวเข้ม แผ่นในบางแต่เหนียว ใบอ่อนโกโก้ปรากฏ หูใบชัดเจน ปากใบของโกโก้ปรากฏอยู่ใต้ใบ จำนวนปากใบต่อหน่วยพื้นที่ขึ้นกับความเข้มของแสงที่ได้รับ ความเข้มของแสงยังมีผลต่อขนาดของใบ ความหนาของใบรวมทั้งปริมาณคลอโรฟิลในใบโกโก้ ใบของต้นโกโก้ที่ต้นเจริญอยู่ใต้ร่มเงาทึบ ใบจะมีขนาดใหญ่สีใบเขียวเข้มกว่าใบของต้นโกโก้ที่ได้รับแสงเต็มที่ การแตกใบใหม่ของต้นโกโก้แต่ละครั้ง จำเป็นต้องใช้ธาตุอาหารเพิ่มขึ้น โดยดึงธาตุอาหารจากใบแก่ทำให้ใบแก่ร่วงหล่น ต้นโกโก้ที่สมบูรณ์ใบแก่จะร่วงหล่นน้อย แต่ถ้าต้นโกโก้ที่ไม่สมบูรณ์การผลิตใบอ่อนใหม่จะส่งผลให้ใบแก่ร่วงหล่นมาก ใบโกโก้จากกิ่งกระโดง (chupon) จะมีก้านใบยาว ขณะที่ใบโกโก้จากกิ่งแขนง (jorquette) มีก้านใบสั้น

 

Trunks and branches

 

Cocoa trees growing from beans (seedling) will grow into single stem with no side branches until they are about 1-2 meters high from the ground surface, then the buds stop growing and develop into side branches in the number of 3-5, parallel to the ground like a fan. This is called “jorquette”. 
Bud below the jorquette will develop to be vertical branches called “chupon” and then it could become the jorquette. The cocoa trees without pruning will develop 3-4 jorquette. The height of full grown tree is about 8-10 meters. 

 

 

 

ลำต้นและกิ่ง

                       ต้นโกโก้ที่เจริญเติบโตมาจากเมล็ด (seedling) จะเจริญเติบโตเป็นลำต้นเดี่ยว (single stem) ไม่มีกิ่งแขนง จนกระทั่งสูงประมาณ 1-2 เมตร จากผิวดิน จากนั้นตายอดจะหยุดการเจริญและพัฒนาเป็นกิ่งแขนง 3-5 กิ่ง เจริญขนานกับพื้นดินคล้ายพัด เรียก จุดคาคบ (jorquette) จากนั้น ตา (bud) ตำแหน่งใต้จุดคาคบจะเจริญพัฒนาเป็นกิ่งกระโดง เรียกว่า chupon แล้วเจริญเติบโตพัฒนาเป็นจุดคาคบ (jorquette) ต่อไป ต้นโกโก้ที่ไม่ได้รับการตัดแต่งกิ่งจะมีจุดคาคบเกิดขึ้น 3-4 ครั้ง ต้นโกโก้โตเต็มที่สูงประมาณ 8-10 เมตร

 

ลำต้นเเละจุดคาคบ (jorquette) ของโกโก้พันธุ์ลูกผสม I.M.1

 

 

Flowers

 

Wood (1980) states that cocoa flower is auliflower or ramiflower. It is the characteristic of cocoa. Sanh (2015) reports that Cocoa Variety I.M.1 were planted at the land plots of the beverage crops, Pomology Branch, Maejo University. Chiang Mai Province. This Cocoa Variety is regarded as perfeet flower or bisexual flower which contains male and female sex organs in the same flower. The flowers bloom in multiple groups at around the trunk, old branches or falling leaves. There are 5 lanceolate-shaped sepals in pink-white color and 5 white bag-shaped petals arranged side by side with the sepals.The lower petals are bulging down to the base of the bag-shaped petals to cover the anther.         

 

There are two curved purple lines in the middle of the petals. The spoon-shaped upper petals are yellow. Regarding the characteristics of anther, there are 10 filaments that the base of each filament attaches to each other like a short tube. They can be split into two groups. The first group of 5
filaments is between the petals and sepals. These five filaments are dark purple with the wide base and sharp tip. There is white soft hair covered around them but there is no anther. It is regarded as staminode. The remaining group of five filaments is at the petals. The filaments their anther bend to the lower part of the petals. There are 4 lobes in each anther and each lobe contain round-shaped pollen with the average diameter of 23.5 micrometers (0.0235 mm.).  Regarding the characteristics of pistil. The type is a compound pistil. The tip of pistil is divided into 5 v-shaped lobes. The position  type of ovary is superior ovary, comprising 5 carpels connected with the core of axile placentation.

 

ดอก

                     Wood (1980) กล่าวว่า โกโก้เป็นพืชที่ออกดอกตามลำต้น (auliflower) หรือตามกิ่ง (ramiflower) ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของโกโก้ สัณห์(2558) รายงานไว้ว่า ดอกโกโก้พันธุ์ลูกผสม I.M.1 ปลูกบริเวณแปลงวิจัยพืชเครื่องดื่ม สาขาไม้ผล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ จัดเป็นดอกสมบูรณ์เพศ (perfeet flower หรือ bisexual flower) ที่มีทั้งอวัยวะเพศผู้และเพศเมียในดอกเดียวกัน ออกดอกเป็นกลุ่ม ตามลำต้นหรือกิ่งแก่ บริเวณซอกใบที่ร่วงไป กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปใบหอกสีขาวอมชมพู กลีบดอกรูปถุง 5 ถุง สีขาวจัดเรียงสลับกับกลีบเลี้ยง ลักษณะกลีบดอกตอนล่างเป็นกระพุ้งสอบลงมาทางโคนกลีบคล้ายถุง หุ้มอับเรณูไว้ มีเส้นสีม่วงพาดตามยาว 2 เส้น ตรงกลางของกลีบดอกคอดเป็นเส้นโค้งงอ ปลายกลีบดอกตอนบน มีสีเหลืองแผ่ออกเป็นรูปช้อน ลักษณะของเกสรตัวผู้ ก้านชูเกสรตัวผู้มี 10 ก้าน โคนก้านเกสรตัวผู้ติดกันเป็นหลอดสั้นๆ แยกเป็น 2 ชนิด ชนิดแรกมี 5 ก้าน อยู่ระหว่างกลีบดอกและกลีบเลี้ยง ก้านชูมีสีม่วงเข้ม โคนกว้างปลายแหลม มีขนอ่อนนุ่มสีขาวปกคลุม ไม่มีอับเรณูจัดเป็นเกสรตัวผู้ที่เป็นหมัน (staminode) ก้านชูเกสรตัวผู้อีก 5 ก้าน อยู่ตรงกับกลีบดอก ก้านชูโค้งงอจนกระทั่งอับเรณูเข้าไปอยู่ในตอนล่างของกลีบดอก อับเรณูมี 4 พู  ภายในแต่ละพู บรรจุละอองเกสรที่มีลักษณะทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ย 23.5 ไมโครเมตร (0.0235 มม.) ลักษณะของเกสรตัวเมีย เกสรตัวเมียเป็นแบบ compound pistil ปลายยอดเกสรตัวเมียแยกเป็น 5 แฉก ตำแหน่งของรังไข่เป็นแบบ superior ovary ประกอบด้วย 5 carpel เชื่อมติดกันโดยมีแกนกลาง แบบ axile placentation

 

 ลักษณะการออกดอกของโกโก้พันธุ์ลูกผสม I.M.1

ลักษณะกลีบดอกของโกโก้พันธุ์ลูกผสม I.M.1

ลักษณะอับเรณูซ่อนอยู่ภายในตอนล่างของกลีบดอกพันธุ์ลูกผสม  I.M.1

         ก.ลักษณะอับเรณูของดอกโกโก้พันธุ์ลูกผสม I.M.1 ที่ยังไม่เเตก  ข.ลักษณะอับเรณูของดอกโกโก้พันธุ์ลูกผสม I.M.1 ที่แตกเเล้ว

 

ละอองเรณู (pollen grain) ของดอกโกโก้พันธุ์ลูกผสม I.M.1

ภาพตัดขวางของรังไข่ดอกโกโก้พันธุ์ลูกผสม I.M.1

 

 

    In the study of botanical feature, anatomy, and biology of Cocoa Variety I.M.1         

ในการศึกษาลักษณะทางพฤกษ์ศาสตร์ กายวิภาค และชีววิทยาของดอกโกโก้พันธุลูกผสม I.M.1

          

Cocoa Variety I.M.1 were planted at the land plots of the beverage crops, Pomology Branch, Maejo University. Chiang Mai Province. This Cocoa Variety is regarded as perfeet flower or bisexual flower which contains male and female sex organs in the same flower. The flowers are white and small with pink stalk. The cocoa flowers is auliflower or ramiflower. (Fig. 1) (Kitsana, 2002) The full bloom state of flower has average diameter of 1.85 cm. The symmetry type of flower is Radial symmetry. (Fig. 2)

There are 5 sepals in pink-white color and 5 petals arranged side by side with the sepals in the valvet formation and the petal stay close with other petals. The lower petals are bulging down to the base of the bag-shaped petals to cover the anther. There are two curved purple lines in the middle of the petals. The spoon-shaped upper petals are yellow. Regarding the characteristics of anther, there are 10 filaments that the base of each filament attaches to each other like a short tube. They can be split into two groups. The first group of 5 filaments is between the petals and sepals. These five filaments are dark purple with the wide base and sharp tip. There is white soft hair covered around them but there is no anther. These filaments are regarded as staminode. The remaining group of five filaments is at the petals. The filaments their anther bend to the lower part of the petals. These filaments are regarded as the fully pollinated anthers. (Fig. 3) There are 4 lobes in each anther and each lobe contain round-shaped pollen with the average diameter of 23.5 micrometers (0.0235 mm.) (Fig. 4) 

The pistil type is a compound pistil, comprising 5 carpels connected with the core of placenta. The egg bag connected with the internal wall of funiculus. The connection type of egg bag and ovary wall is axile placentation. (Fig. 5) The average width of the ovary is 1.12 mm. The position type of ovary is superior ovary (Fig. 6) (Sanh, 1999) 

 

(Kitsana, 2002) stated that in a given year Cocoa can bloom flowers up to the number of 110,000, but on average, there is only 5% of flowers that can be bred, and from this number there are falling flowers blossomed flowers and then dried. As a result, the total ripe fruit is reduced to only 0.5-0.7 percent.  In warm and moist planting areas, Cocoa can bloom throughout the year.

 

ในการศึกษาลักษณะทางพฤกษ์ศาสตร์ กายวิภาค และชีววิทยาของดอกโกโก้พันธุ์ I.M.1

          บริเวณแปลงวิจัยพืชเครื่องดื่มของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ พบดอกของโกโก้พันธุ์ I.M.1 จัดเป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีขนาดเล็ ก สีขาว ก้านดอกสีชมพู ออกดอกเป็นกลุ่มตามลำต้น (auliflower) เเละกิ่งเเก่ (ramiflower) (ภาพที่ 1) (กิสณะ, 2545) ดอกบานเต็มที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ย 1.85 ซม. สมมาตรของดอกเเบบ radial symmetry (ภาพที่ 2) กลีบเลี้ยงเเละกลีบดอกมี 5 กลีบสีขาวอมชมพูจัดเรียงสลับกันเเบบ valvet โดยกลีบดอกชนกันพอดี กลีบดอกด้านล่่างงอเป็นกระพุ้งสอบลงมาหาโคนกลีบคล้ายถุง ก้านชูเกสรตัวผู้ 10 ก้าน เเบ่งได้  2 กลุ่มกลุ่มเเรก 5 ก้าน อยู่ระหว่างกลีบดอกเเละกลีบเลี้ยงไม่มีอับละอองเรณู จัดเป็นเกสรตัวผู้ที่เป็นหมัน (staminode) กลุ่มที่ 2 อีก 5 ก้านอยู่ตรงกับกลีบดอก ก้านชูอับละอองเรณูสีม่วงเข้มโค้งงอจนกระทั่งอับเรณูเข้าไปอยู่ในตอนล่างของกลีบดอกจัดเป็นเกสรตัวผู้ที่สมบูรณ์พันธุ์ (ภาพที่ 3) อับละอองเรณูมี 4 พู่ บรรจุละอองเรณูลักษณะทรงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ย 23.5 ไมโครเมตร(ภาพที่4) เกสรตัวเมียเป็นเเบบ compound pistil ประกอบด้วย 5 คาร์เพล เชื่อมติดกันโดยมีเเกนกลางเป็นพลาเซนตา ถุงหุ้มไข่อ่อน เชื่อมติดกับผนังด้านในด้านก้าน funinulus  ลักษณะของการเชื่อมติดของถุงหุ้มไข่อ่อน กับ ผนังรังไข่ เป็นเเบบ axile placentation (ภาพที่ 5) รังไข่กว้างเฉลี่ย 1.12 มม. ตำเเหน่งของรังไข่เป็นเเบบ superior ovary (ภาพที่ 6) (สัณห์, 2542)

กิสณะ (2545) กล่าวว่าในปีหนึ่งๆ โกโก้สามารถออกดอกได้ถึง 110,000 ดอก แต่โดยเฉลี่ยจะมีการผสมของดอกเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ และจากจำนวนนี้ก็ยังมีดอกที่ร่วงไป หรือดอกที่ผสมเกิดเป็นผลแล้วแห้งตาย ดังนั้นจำนวนผลสุกที่ได้รวมแล้วจะลดลงเหลือเพียง 0.5-0.7 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ในแหล่งปลูกที่อากาศอบอุ่นและความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ โกโก้จะออกดอกตลอดทั้งปี

 

Fruit (Cocoa pods)

 

After Cocoa flowers are fully pollinated, Cocoa fruits will be developed into fully matured and the ready to be harvested. It takes about 5–6 months according to species and varieties.   

 

 A small and growing up stage of cocoa is called “cherelle”, which is in the first 2-3 months of growth. If cocoa receives not enough amount of water and food, the young fruit or cherelle will dry and wilt (become black). Sometimes young Cocoa can dry up to 80% of total number. (Kitsana, 2002) stated that when the Cocoa fruit is 90 days old, the size is about 10 cm long. Hormone production acts to help Cocoa grow and inhibit the wilt of young fruit. Old Cocoa fruit, also known as Cocoa pod, is available in many sizes and colors. The length of pod is ranging from 10-30 centimeters. Basically, Cocoa pod have two colors. The soft green pod when ripe turns yellow and the soft dark red pod turns orange-yellow. For the ripen pod, the outer tissues of the integument produce a layer of
perismatic cells, which consist of sugar and mucus. Each cocoa kernel is wrapped in tissues and mucus. (The mucus will give the aroma of chocolate after completing cocoa fermentation) When
Cocoa fruit ripe fully, tissue will be separated and Cocoa beans will be easy to be removed. Unlike nuts, the ripen Cocoa fruits will not be broken and let the beans spread around. Naturally, monkeys, squirrels, rats and birds will bite the pods to suck on the sweet membrane and they help distribute the saplings. (Sanh, 2556)  reports that it is in accordance with a study on the pattern of pod growth and development of Cocoa I.M.1, carrying at the fields of beverage crops, Maejo University Chiang Mai Province.

 

ผล

              ภายหลังจากผสมเกสรของดอกโกโก้สมบูรณ์ ผลโกโก้เริ่มพัฒนาจนกระทั่งแก่จัดเก็บเกี่ยวได้ ใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือนตามชนิดและพันธุ์ ผลโกโก้ขนาดเล็กที่เริ่มเจริญขึ้นมาเรียกว่า เชเรล (cherelle) ซึ่งในระยะ 2-3 เดือนแรกของการเจริญของผล หากต้นโกโก้ได้รับน้ำและอาหารไม่เพียงพอ ผลอ่อนหรือเชเรล จะแห้งและเปลี่ยนเป็นสีดำ (cherelle wilt) ในบางครั้งผลอ่อนโกโก้อาจแห้งเสียหายสูงถึง 80% ของผลอ่อนทั้งหมด กิสณะ (2545) กล่าวว่า เมื่อผลโกโก้อายุ 90 วัน ขนาดผลยาวประมาณ 10 เซนติเมตร โกโก้จะผลิตฮอร์โมนทำหน้าที่ช่วยให้เมล็ดโกโก้เจริญเติบโตและยับยั้งการเหี่ยวของผลอ่อน ผลโกโก้แก่หรือที่เรียกว่าฝัก (pod) โกโก้ มีหลายขนาดและหลากสี ขนาดความยาวของผล (ฝัก) พบตั้งแต่ 10-30 เซนติเมตร ตามปกติโดยพื้นฐานฝักโกโก้มี 2 สี ผลอ่อน (ฝักอ่อน) ที่มีสีเขียว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ขณะที่ผลอ่อน (ฝักอ่อน) ที่มีสีแดงเข้มเมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีส้มเหลือง ขณะที่ผล (ฝัก) สุก เนื้อเยื่อบริเวณภายนอกของ integument จะผลิตชั้นของ perismatic cell ซึ่งประกอบด้วยน้ำตาล และเมือก เมล็ดโกโก้ แต่ละเมล็ดจะถูกห่อหุ้มด้วยเยื่อและเมือก (เมือกเหล่านี้จะทำให้เกิดกลิ่นหอมของช็อกโกแลตภายหลังการหมักเมล็ดโกโก้สมบูรณ์) เมื่อผลโกโก้แก่จัดเต็มที่ เนื้อเยื่อเหล่านี้จะแยกออก ทำให้เมล็ดโกโก้หลุดจากกันได้ง่าย ผลโกโก้เมื่อสุกจะไม่แตกและปล่อยให้เมล็ดกระจายเหมือนถั่ว แต่โดยธรรมชาติ ลิง กระรอก หนู และนก จะมากัด เจาะฝักเพื่อดูดกินเนื้อเยื่อหุ้มเมล็ดที่มีรสหวานและช่วยกระจายพันธุ์ สัณห์(2556) รายงานว่าจากการศึกษารูปแบบการเจริญและพัฒนาของผล (ฝัก) โกโก้พันธุ์ลูกผสม I.M.1 บริเวณแปลงวิจัยพืชเครื่องดื่มของสาขาไม้ผล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่

 

Cocoa Beans

 

Wood (1980) states that the number of cocoa beans in a pod will range from 20 to 25 beans. Each Cocoa bean was wrapped in a white mucilage. The beans within contain both purple and white beans. In Thailand, It is found that Cocoa I.M.1 has 30 - 40 beans on average at the middle of the pod. The average bean weight is between 1 g to 1.1 g. The beans have no period of dormancy and they are 

 

germinated above the soil (epigeal).

 

 

 

เมล็ด

                      Wood (1980) กล่าวว่า จำนวนเมล็ดโกโก้ใน 1 ฝัก จะมีตั้งแต่ 20-25 เมล็ดอัดแน่นรวมกันอยู่กลางฝัก เมล็ดโกโก้แต่ละเมล็ดจะถูกห่อหุ้มด้วยเยื่อหุ้มเมล็ด (mucilage) สีขาว เนื้อในเมล็ดมีทั้งสีม่วงและสีขาว ในประเทศไทย พบว่าโกโก้พันธุ์ลูกผสม I.M.1 มีจำนวนเมล็ดเฉลี่ย 30-40 เมล็ดอัดแน่นรวมกันอยู่กลางฝัก  น้ำหนักเมล็ดเฉลี่ย 1-1.1 กรัม เมล็ดไม่มีระยะพักตัว และจัดเป็นเมล็ดที่มีการงอกแบบยกใบเลี้ยงขึ้นเหนือดิน (epigeal)

 

Visitors: 14,163